| |
เริ่มการทำงานจาก เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ ของหนังสือพิมพ์มติชน จากนั้นได้ย้ายไปทำงาน ที่ฝ่ายข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในปี พ.ศ. 2527 |
| |
|
| |
ด้วยความที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ จึงได้ติดตามนักการเมือง และผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไปทำข่าวที่ต่างประเทศ ทำให้มีความสนิทสนมกับหลายท่าน ในสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี |
| |
|
| |
จนกระทั่งเมื่อ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เปิดหน้าข่าวเศรษฐกิจขึ้น ก็ได้รับมอบหมายให้เป็น บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจคนแรก มีคอลัมน์ประจำ ชื่อ "ปากท้องชาวบ้าน" ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ |
| |
|
| |
นายวีระ ศึกษาเรื่องเศรษฐกิจด้วยตนเอง และเข้ารับการอบรมหลักสูตรต่างๆ จนแตกฉาน เช่น หลักสูตรนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เมื่อปี พ.ศ. 2535 เป็นต้น จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่ง มีผลงานหนังสือหลายเล่ม ทั้งที่เขียนเอง และแปลจากภาษาอังกฤษ เคยดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ระหว่างปี พ.ศ. 2531 - 2532 |
| |
|
| |
เมื่อปี พ.ศ. 2537 นายวีระ ออกจากเดลินิวส์ ไปดำรงตำแหน่ง บรรณาธิการอำนวยการ หนังสือพิมพ์วัฏจักร และจัดรายการวิทยุเป็นครั้งแรก เมื่อต้นปี พ.ศ. 2538 ทางสถานีวิทยุ เอฟ.เอ็ม.101.0 เมกะเฮิร์ทซ์ ในชื่อรายการ "คุยเฟื่องเรื่องเงิน" ทุกวันศุกร์ เวลา 09.00 - 11.00 น. |
| |
|
| |
เมื่อปี พ.ศ. 2541 นายวีระ ลาออกจากหนังสือพิมพ์วัฏจักร มาจัดรายการ "คุยกันจันทร์ถึงศุกร์" ทาง เอฟ.เอ็ม.97.0 เมกะเฮิร์ทซ์ ตรีนิตี้ เรดิโอ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น แฟมิลี่ เรดิโอ) ช่วงเวลาบ่าย ด้วยสไตล์ที่ไม่มีนักจัดรายการวิทยุที่ไหนกล้าทำ คือ โผงผาง เอะอะโวยวาย ดุด่าผู้ที่โทรเข้ามาในรายการ จนกระทั่งเกือบจะมีปัญหากับกรมประชาสัมพันธ์หลายครั้ง สามารถตอบปัญหาได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ การเงิน การเมือง สังคม หรือแม้แต่เรื่องจิปาถะอื่นๆ จนเป็นที่รู้จักในวงการวิทยุอย่างมาก |
| |
|
| |
นายวีระ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ถึงรูปแบบการจัดรายการวิทยุ ซึ่งมีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ ในช่วง พ.ศ. 2541 - 2543 ที่รายการคุยกันจันทร์ถึงศุกร์ เฟื่องฟูสุดขีด กล่าวกันว่า เป็นรายการวิทยุที่มีผู้ฟังมากที่สุดในช่วงบ่าย |
| |
|
| |
จากนั้น ในราวปี พ.ศ. 2542 - 2544 จึงเริ่มเขียนคอลัมน์ "เงินทองต้องรู้" และ "ปากท้องของเรา" ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดยหยุดเขียนเป็นระยะๆ |
| |
|
| |
นอกจากนี้ ยังเขียนคอลัมน์ประจำ "หอมปากหอมคอ" ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และเคยจัดรายการโทรทัศน์ทาง ททบ.5 ช่วงสายวันเสาร์ โดยมี อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส เป็นพิธีกร รวมถึงเคยเป็นวิทยากรในรายการ "บ้านเลขที่ 5" อยู่ช่วงหนึ่งด้วย และยังจัดรายการ "เงินทองต้องรู้" ทางวิทยุเนชั่น เอฟ.เอ็ม.90.5 เมกะเฮิร์ทซ์ เวลา 10.00 - 11.30 น. อีกรายการหนึ่ง ล่าสุด เป็นพิธีกรในการคุยเรื่องเศรษฐกิจในรายการ "สยามเช้านี้" และ "สยามทูเดย์" ทางช่อง 5 |
| |
|
| |
ชีวิตส่วนตัว สมรสแล้วแต่ไม่มีบุตร มีบ้านพักอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบัน นายวีระ ลดความร้อนแรงในการจัดรายการลง โดยให้เหตุผลว่าเบื่อ และอิ่มตัวแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อรายการ จาก "คุยกันจันทร์ถึงศุกร์" เป็น "คุยได้คุยดี" และเปลี่ยนรูปแบบรายการ ไปเป็นการเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว มากขึ้น (ปัจจุบันรายการนี้ได้ยุติลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 แล้ว) |
| |
|
| |
เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 ได้จัดรายการเพิ่มขึ้นทาง เอฟ.เอ็ม.105 เมกะเฮิร์ทซ์ วิสดอม เรดิโอ ชื่อรายการ "ข่าวเป็นข่าว" กับ ณัฐพงษ์ ธีระภัทรานนท์ หลานชาย ในเวลา 8.00 - 9.00 น. และได้ยุติการจัดรายการไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เนื่องจาก ณัฐพงษ์ ธีระภัทรานนท์ เข้าทำงานประจำที่สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส
เข้าร่วมเป็นพิธีกรร่วมในรายการตาสว่าง โดยเริ่มครั้งแรกวันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 |
| |
|
| |
เริ่มครั้งแรกวันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เป็นแขกรับเชิญในรายการตลาดเช้าข่าวสด ทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี ในทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดีเวลา 6.00-7.30 น.
วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551 เริ่มจัดรายการคุยได้คุยดี Talk News & Music ทางคลื่นความคิด เอฟ.เอ็ม. 96.5 เมกะเฮิร์ทซ์ ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 14.00 - 16.00 น. |
| |
วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2551 รายการคุยได้คุยดี Talk News & Music สัมภาษณ์สด นายกรัฐมนตรี นาย สมัคร สุนทรเวช |